0 EN ไทย | EN
หน้าแรก  ›  ความรู้เรื่องพลอย  ›  คัลเลอร์เชนจ์ แซฟไฟร์ (Color Change Sapphire)
GEMSTONE GUIDE

คัลเลอร์เชนจ์ แซฟไฟร์ (Color Change Sapphire)

คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ (Color Change Sapphire) หรือแซฟไฟร์เปลี่ยนสี จัดเป็นอัญมณีในตระกูลคอรันดัม มีสูตรเคมีทางแร่วิทยาคือ Al₂O₃ เช่นเดียวกับแซฟไฟร์ทั่วไป ความพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของพลอยชนิดนี้คือปรากฏการณ์การเปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อมของแหล่งกำเนิดแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากการดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่นที่จำเพาะเจาะจงภายในโครงสร้างผลึกร่วมกับองค์ประกอบของสเปกตรัมแสงจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน โดยระดับความเด่นชัดของการเปลี่ยนสีในพลอยแต่ละเม็ดอาจมีความแตกต่างกันไป

เลือกชมพลอยในหมวดนี้

คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ (Color Change Sapphire) หรือแซฟไฟร์เปลี่ยนสี จัดเป็นอัญมณีในกลุ่มคอรันดัม มีสูตรเคมีทางแร่วิทยาคือ Al₂O₃ เช่นเดียวกับแซฟไฟร์ทั่วไป ความพิเศษของพลอยชนิดนี้คือปรากฏการณ์การเปลี่ยนสีตามแหล่งกำเนิดแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งเกิดจากการดูดกลืนแสงในช่วงความยาวคลื่นที่จำเพาะภายในโครงสร้างผลึก ร่วมกับองค์ประกอบของสเปกตรัมจากแหล่งกำเนิดแสงแต่ละชนิด โดยระดับความเด่นชัดของการเปลี่ยนสีอาจแตกต่างกันไปในพลอยแต่ละเม็ด

(หมายเหตุ: ข้อมูลด้านความหมายและความเชื่อเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ใช่คุณสมบัติที่พิสูจน์ผลได้ทางวิทยาศาสตร์)

ทำไมพลอยจึงเปลี่ยนสีเมื่อเปลี่ยนแสง

แหล่งกำเนิดแสงแต่ละชนิดมีการกระจายพลังงานในช่วงความยาวคลื่นหรือสเปกตรัมแตกต่างกัน เมื่อแสงส่องผ่านเข้าไปในเนื้อพลอย บางช่วงความยาวคลื่นจะถูกดูดกลืน ขณะที่แสงส่วนที่เหลือเดินทางผ่านหรือสะท้อนกลับออกมา สีที่ตามองเห็นจึงเปลี่ยนไปตามองค์ประกอบของแสงที่ใช้ส่อง

คอรันดัมอาจมีธาตุให้สีหลายชนิด เช่น โครเมียม (Cr³⁺) วานาเดียม (V³⁺) และเหล็ก (Fe) รวมถึงกลไกการดูดกลืนแสงอื่นภายในผลึก องค์ประกอบและสัดส่วนของธาตุเหล่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละเม็ด จึงไม่ควรกำหนดกลไกทางเคมีเพียงแบบเดียวให้กับคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ทุกเม็ด

ในการเปรียบเทียบสี ควรระบุแหล่งแสงให้ชัดเจน แสงเทียบเท่าแสงกลางวัน (Daylight-equivalent Light) อาจมาจากหลอดฟลูออเรสเซนต์หรือ LED ที่ออกแบบให้สมดุลกับแสงกลางวัน ส่วนแสงหลอดไส้ (Incandescent Light) มีสเปกตรัมต่างออกไป คำว่า “แสงวอร์ม” เพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอสำหรับระบุสภาพแสงที่ใช้ประเมิน

สีที่ปรากฏและระดับการเปลี่ยนสี

คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์โดยทั่วไปอาจแสดงสีน้ำเงินถึงสีม่วงภายใต้แสงเทียบเท่าแสงกลางวัน และเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมแดงหรือสีม่วงแดงภายใต้แสงหลอดไส้ นอกจากนี้ ยังมีรายงานพลอยบางเม็ดที่เปลี่ยนจากสีเขียวภายใต้แสงกลางวันเป็นสีน้ำตาลอมแดงภายใต้แสงหลอดไส้ สีที่ปรากฏจริงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและลักษณะของพลอยแต่ละเม็ด

ระดับความเด่นชัดของการเปลี่ยนสีอาจบรรยายเป็นระดับอ่อน (Weak) ปานกลาง (Moderate) หรือเด่นชัด (Strong) การพิจารณาจึงควรดูทั้งสีที่ปรากฏภายใต้แหล่งแสงแต่ละชนิดและความแตกต่างระหว่างสีทั้งสองสภาพ ไม่พิจารณาจากชื่อสีหรือภาพถ่ายเพียงอย่างเดียว

Color Change และ Pleochroism ต่างกันอย่างไร

ปรากฏการณ์เปลี่ยนสี (Color Change) หมายถึงสีที่มองเห็นเปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยนชนิดของแหล่งกำเนิดแสง ส่วนเพลโอโครอิซึม (Pleochroism) หมายถึงการมองเห็นสีต่างกันเมื่อมองผ่านผลึกจากทิศทางที่ต่างกัน เนื่องจากการดูดกลืนแสงตามแนวแกนผลึกไม่เท่ากัน พลอยเม็ดเดียวอาจแสดงลักษณะทั้งสองอย่างร่วมกันได้ แต่เป็นปรากฏการณ์ทางแสงคนละรูปแบบ

คุณสมบัติของคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์

คุณสมบัติรายละเอียด
กลุ่มแร่คอรันดัม (Corundum)
สูตรเคมีอะลูมิเนียมออกไซด์ (Al₂O₃)
ปรากฏการณ์ทางแสงการเปลี่ยนสีตามแหล่งกำเนิดแสง (Color Change)
สีที่อาจพบเช่น น้ำเงินถึงม่วงภายใต้แสงเทียบเท่าแสงกลางวัน และม่วงถึงม่วงอมแดงภายใต้แสงหลอดไส้
ความแข็ง9 ตามมาตราโมห์ (Mohs Scale)
ความวาววาวแบบแก้ว (Vitreous)
ระบบผลึกไตรโกนัล (Trigonal)
ดัชนีหักเห (RI)1.762–1.770
ความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ. / SG)4.00 (±0.05)

รูปทรง การเจียระไน และงานออกแบบ

  • การวางแผนก่อนการเจียระไน ก่อนเริ่มกระบวนการ ช่างเจียระไนจะพิจารณารูปร่างของก้อนพลอยดิบ แนวสี (Color Zoning) ตำหนิหรือลักษณะภายใน การแสดงสีตามทิศทางแกนผลึก รวมถึงสีที่ปรากฏภายใต้แหล่งกำเนิดแสงต่างชนิด ข้อมูลเหล่านี้ใช้ประกอบการกำหนดทิศทางการวางผลึกและสัดส่วนการเจียระไน โดยคำนึงถึงสีที่เห็นจากด้านหน้า (Face-up View) การคืนแสง (Light Return) และการรักษาน้ำหนักของก้อนพลอยร่วมกัน
  • รูปทรงและการแสดงสี คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์สามารถเจียระไนได้หลายรูปทรง เช่น รูปไข่ (Oval) รูปหมอน (Cushion) รูปหยดน้ำ (Pear) รูปกลม (Round) และรูปทรงแฟนซีอื่น ๆ รูปทรง สัดส่วน และทิศทางการวางผลึกมีผลต่อสีและการคืนแสงที่มองเห็นจากด้านหน้า อย่างไรก็ตาม ระดับความเด่นชัดของการเปลี่ยนสียังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของพลอยแต่ละเม็ด การเจียระไนที่เหมาะสมจึงช่วยแสดงลักษณะของพลอยได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้พลอยทุกเม็ดเปลี่ยนสีได้ในระดับเท่ากัน

แหล่งกำเนิดที่มีรายงาน

คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์มีรายงานจากแหล่งอัญมณีหลายภูมิภาค ตัวอย่างแหล่งที่มีการบันทึกไว้ ได้แก่:

  • ประเทศศรีลังกา — เอลาเฮรา (Elahera) มีรายงานแซฟไฟร์ที่เปลี่ยนจากสีน้ำเงินภายใต้แสงกลางวันหรือแสงฟลูออเรสเซนต์เป็นสีแดงอมม่วงภายใต้แสงหลอดไส้
  • ประเทศเมียนมา — เขตโมกก (Mogok Stone Tract) มีรายงานแซฟไฟร์เปลี่ยนสีที่สัมพันธ์กับวานาเดียม รวมถึงตัวอย่างที่มีเหล็กต่ำและวานาเดียมสูง
  • ประเทศแทนซาเนีย — อุมบาและทุนดูรู–ซองเจีย (Umba and Tunduru–Songea) มีบันทึกการศึกษาตัวอย่างแซฟไฟร์เปลี่ยนสีจากพื้นที่เหล่านี้
  • สหรัฐอเมริกา — รัฐมอนแทนา มีรายงานคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์จากโยโกกัลช์ (Yogo Gulch) และแหล่งเฟรนช์บาร์ซิลล์ (French Bar Sill)
  • ประเทศโคลอมเบีย — เมร์กาเดเรส–ริโอมาโย (Mercaderes–Río Mayo) มีรายงานแซฟไฟร์บางตัวอย่างที่แสดงการเปลี่ยนสี

ลักษณะภายในและมลทิน

ลักษณะภายในที่อาจพบในคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ ได้แก่ เส้นเข็มหรือเส้นไหม (Needles / Silk) ผลึกแร่ (Mineral Crystals) รอยสมานคล้ายลายนิ้วมือ (Healed Fractures / Fingerprint Inclusions) แนวสี (Color Zoning) และแนวการเติบโตของผลึก (Growth Zoning) ลักษณะเหล่านี้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษาการก่อตัวและการตรวจจำแนกพลอยร่วมกับการทดสอบด้านอื่น

คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์บางเม็ดอาจแสดงปรากฏการณ์อื่นร่วมด้วย เช่น สตาร์ (Asterism) หรือตาแมว (Chatoyancy) เมื่อมีมลทินเส้นเข็มเรียงตัวในทิศทางที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ทุกเม็ด

การปรับปรุงคุณภาพและความทนทาน

  • สถานะของพลอยในตลาดการค้า คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ในตลาดอัญมณีมีทั้งชนิดที่ไม่ผ่านการปรับปรุงด้วยความร้อน หรือที่เรียกกันว่า “พลอยดิบ” (Unheated) และชนิดที่ผ่านการปรับปรุงด้วยความร้อน (Heated) เพื่อปรับสีหรือความใสของเนื้อพลอย ผลลัพธ์จากการเผาขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีและสภาพตั้งต้นของพลอยแต่ละเม็ด
  • การเผาแบบพูนสิริ มีรายงานการใช้กระบวนการเผาอุณหภูมิสูงแบบพูนสิริ (Punsiri Heat Treatment) กับแซฟไฟร์สีน้ำเงินและแซฟไฟร์เปลี่ยนสี พลอยที่ผ่านกระบวนการนี้อาจแสดงแนวสีภายในบางลักษณะซึ่งใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบ

    จากการศึกษากระบวนการและตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ห้องปฏิบัติการที่ร่วมตรวจสอบสรุปให้รายงานพลอยกลุ่มนี้ว่าเป็นแซฟไฟร์ธรรมชาติที่มีร่องรอยการปรับปรุงด้วยความร้อน และไม่พบว่าการเกิดสีในตัวอย่างที่ศึกษามาจากการแพร่ธาตุเบริลเลียมหรือธาตุอื่นเข้าสู่เนื้อพลอย ข้อมูลนี้เป็นกรณีของกระบวนการที่มีบันทึกเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าคัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์ส่วนใหญ่ในตลาดผ่านการเผาแบบพูนสิริ

ความทนทานและการสวมใส่ คัลเลอร์เชนจ์แซฟไฟร์มีความแข็งระดับ 9 ตามมาตราโมห์ (Mohs Scale) มีความเหนียวดีเยี่ยม และไม่มีแนวแตกเรียบ จึงมีความทนทานสูงเหมาะสำหรับการสวมใส่เป็นประจำ

ในด้านการออกแบบตัวเรือน ควรเปิดพื้นที่ให้แสงสามารถส่องผ่านเข้าสู่เนื้อพลอยได้อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยขับเน้นการเปลี่ยนสีอันโดดเด่นภายใต้สภาพแสงที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งออกแบบโครงสร้างให้ช่วยปกป้องบริเวณขอบหรือมุมแหลมของพลอยจากแรงกระแทกโดยตรง

ความหมายของคำที่ใช้ในเว็บไซต์
  • Natural พลอยที่เกิดตามธรรมชาติ ไม่ได้รับรองว่าไม่ผ่านการปรับปรุง
  • Unheated / No indications of heating ตรวจไม่พบร่องรอยการปรับปรุงด้วยความร้อนตามขอบเขตการตรวจ
  • Heated ผ่านการปรับปรุงด้วยความร้อน
  • Color Change การเปลี่ยนสีที่มองเห็นเมื่อเปลี่ยนชนิดของแหล่งกำเนิดแสง
  • Pleochroism การมองเห็นสีต่างกันเมื่อมองผลึกจากทิศทางที่ต่างกัน
แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง
เลือกดูพลอยเม็ดจริงคัลเลอร์เชนจ์ แซฟไฟร์ (Color C…
กลับไปยังหน้าพลอย
ใส่ถาดแล้ว ดูถาด →
LINE @vavagems