0 EN ไทย | EN
หน้าแรก  ›  ความรู้เรื่องพลอย  ›  ไวท์และแบลคแซฟไฟร์ (White & Black Sapphire): สองรูปลักษณ์ในตระกูลคอรันดัม
GEMSTONE GUIDE

ไวท์และแบลคแซฟไฟร์ (White & Black Sapphire): สองรูปลักษณ์ในตระกูลคอรันดัม

แม้อยู่ในตระกูลแร่เดียวกัน ไวท์และแบลคแซฟไฟร์มีรายละเอียดที่ควรพิจารณาต่างกัน ทั้งลักษณะสี ความโปร่งใส การเจียระไน และมลทินภายใน ดังนี้

เลือกชมพลอยในหมวดนี้

แซฟไฟร์ไร้สีและแซฟไฟร์สีดำ เป็นอัญมณีในกลุ่มคอรันดัม (Corundum) ที่แสดงรูปลักษณ์แตกต่างกัน ไวท์แซฟไฟร์มีลักษณะใสไร้สีหรือเกือบไร้สี ขณะที่แบลคแซฟไฟร์มีรูปลักษณ์สีดำหรือเข้มจนเกือบดำ ความแตกต่างนี้เปิดโอกาสให้เลือกใช้พลอยทั้งสองกลุ่มในงานออกแบบเครื่องประดับตามรสนิยมที่ชื่นชอบ

ทั้งสองชนิดมีสูตรเคมีพื้นฐาน Al₂O₃ เช่นเดียวกับไพลินและแซฟไฟร์สีอื่น โดยองค์ประกอบให้สีและลักษณะภายในมีส่วนกำหนดสีและความโปร่งใสที่มองเห็น

(หมายเหตุ: ข้อมูลด้านความหมายและความเชื่อเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ใช่คุณสมบัติที่พิสูจน์ผลได้ทางวิทยาศาสตร์)

ไวท์แซฟไฟร์: แซฟไฟร์ไร้สี

ไวท์แซฟไฟร์ (White Sapphire) เป็นชื่อทางการค้าที่ใช้เรียกแซฟไฟร์ไร้สี (Colorless Sapphire) แร่คอรันดัมที่บริสุทธิ์จะใสไม่มีสี ส่วนพลอยเกือบไร้สี (Near-colorless) บางเม็ดอาจมีสีเทา เหลือง น้ำตาล หรือน้ำเงินเจืออยู่เล็กน้อย

ไวท์แซฟไฟร์สามารถนำมาใช้เป็นอัญมณีไร้สีในเครื่องประดับได้ โดยพิจารณาความใส ลักษณะภายใน และการจัดเหลี่ยมร่วมกัน เพื่อเลือกพลอยที่มีรูปลักษณ์ตรงกับความชอบ

แบลคแซฟไฟร์: รูปลักษณ์สีดำและลักษณะภายใน

แบลคแซฟไฟร์ (Black Sapphire) ใช้เรียกแซฟไฟร์ที่มีรูปลักษณ์สีดำหรือเข้มจนเกือบดำ การอธิบายลักษณะของพลอยกลุ่มนี้จึงควรพิจารณาทั้งสีพื้นและมลทินภายในที่มีผลต่อการส่องผ่านของแสง

ในกลุ่มแบลคสตาร์แซฟไฟร์ (Black Star Sapphire) มีรายงานว่าสีพื้นของแซฟไฟร์อาจเป็นเหลือง เขียว หรือน้ำเงิน แต่มลทินภายในทำให้มองเห็นเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ มลทินแร่เฮมาไทต์ (Hematite) และอิลเมไนต์ (Ilmenite) ที่เรียงตัวในทิศทางเหมาะสมยังมีส่วนทำให้เกิดปรากฏการณ์สตาร์ (Asterism) เมื่อเจียระไนเป็นหลังเบี้ย

คุณสมบัติของไวท์และแบลคแซฟไฟร์

คุณสมบัติรายละเอียด
กลุ่มแร่คอรันดัม (Corundum)
สูตรเคมีอะลูมิเนียมออกไซด์ (Al₂O₃)
ลักษณะสีไวท์: ไร้สีหรือเกือบไร้สี
แบลค: ดำหรือเข้มจนเกือบดำ
ความแข็ง9 ตามมาตราโมห์ (Mohs Scale)
สมบัติทางแสงหักเหคู่ (Doubly Refractive)
ดัชนีหักเห (RI)1.762–1.770
ความถ่วงจำเพาะ (ถ.พ. / SG)4.00 (±0.05)

การพิจารณารูปลักษณ์ของพลอย

  • ไวท์แซฟไฟร์ พิจารณาความไร้สี สีเจือที่อาจปรากฏ ความโปร่งใส (Transparency) และความสะอาดของเนื้อพลอย (Clarity) ร่วมกับความสว่างที่มองเห็นจากด้านหน้า (Face-up View)
  • แบลคแซฟไฟร์ พิจารณาสีที่มองเห็น ความสม่ำเสมอของรูปลักษณ์ และผิวขัดเงา ส่วนเม็ดที่แสดงสตาร์ให้พิจารณาความคมชัด ตำแหน่ง และการเคลื่อนไหวของเส้นแสงเมื่อพลิกพลอยร่วมด้วย

รูปทรง การเจียระไน และงานออกแบบ

สำหรับไวท์แซฟไฟร์เนื้อใส สามารถเจียระไนเหลี่ยม (Faceting) ได้หลายรูปทรง เช่น รูปกลม (Round) รูปไข่ (Oval) รูปหมอน (Cushion) และรูปหยดน้ำ (Pear) ช่างจะพิจารณารูปร่างก้อนพลอย ลักษณะภายใน และสัดส่วนการเจียระไน เพื่อให้ได้ความสว่างและรักษาน้ำหนักเนื้อพลอยร่วมกัน

แบลคแซฟไฟร์สามารถเลือกรูปแบบการเจียระไนตามลักษณะของเนื้อพลอยและงานออกแบบ ส่วนชนิดที่แสดงสตาร์ต้องเจียระไนเป็นหลังเบี้ย (Cabochon) และกำหนดทิศทางให้เหมาะสม เพื่อให้เส้นแสงปรากฏบนหน้าพลอย

แนวทางการออกแบบเครื่องประดับ

  • ไวท์แซฟไฟร์ สามารถใช้เป็นพลอยเม็ดกลางหรือประดับร่วมกับอัญมณีสีอื่นในแหวน ต่างหู และจี้ โดยเลือกรูปทรงและตัวเรือนตามสไตล์ที่ต้องการ
  • แบลคแซฟไฟร์ สามารถใช้สร้างองค์ประกอบสีเข้มในงานออกแบบ หรือจับคู่กับอัญมณีไร้สีและอัญมณีสีอื่นเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางสายตา ส่วนชนิดสตาร์อาจเลือกตัวเรือนที่เปิดให้เห็นหน้าหลังเบี้ยและเส้นแสงได้ชัดเจน

แหล่งกำเนิดสำคัญ

  • ไวท์แซฟไฟร์ — ศรีลังกา (เดิมเรียกว่า ซีลอน — Ceylon) เป็นแหล่งแซฟไฟร์ไร้สีที่มีบันทึกในงานศึกษา โดยศรีลังกามีประวัติการผลิตแซฟไฟร์หลากสีมายาวนาน
  • แบลคสตาร์แซฟไฟร์ — ประเทศไทย มีรายงานจากบางกะจะ (Bang Ka Cha) ใกล้เมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบแซฟไฟร์หลายสีและชนิดสตาร์
  • แบลคสตาร์แซฟไฟร์ — ประเทศออสเตรเลีย มีรายงานการผลิตแซฟไฟร์ชนิดนี้ โดยเขตแหล่งแซฟไฟร์ที่เป็นที่รู้จักของประเทศ ได้แก่ รูบีเวล–อะนาคี (Rubyvale–Anakie) ในรัฐควีนส์แลนด์ และ อินเวอเรลล์–เกลนอินเนส (Inverell–Glen Innes) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์

ลักษณะภายในและมลทิน

ในกลุ่มแซฟไฟร์อาจพบผลึกแร่ (Mineral Crystals) เส้นเข็มหรือเส้นไหม (Needles / Silk) และรอยสมานคล้ายลายนิ้วมือ (Partially Healed Fractures / Fingerprint Inclusions) โดยชนิดและปริมาณแตกต่างกันในแต่ละเม็ด

สำหรับแบลคสตาร์แซฟไฟร์ มลทินภายในเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดรูปลักษณ์สีเข้มและเส้นแสงสตาร์ จึงควรพิจารณาลักษณะของพลอยให้สอดคล้องกับประเภท ไม่ใช้ความใสแบบเดียวกับแซฟไฟร์ไร้สีเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว

การปรับปรุงคุณภาพและความทนทาน

การเผา (Heat Treatment) เป็นวิธีปรับปรุงคุณภาพที่ใช้ในกลุ่มแซฟไฟร์ โดยอาจเปลี่ยนสีหรือความใสตามองค์ประกอบและสภาพตั้งต้นของพลอยแต่ละเม็ด การระบุสถานะพลอยดิบ (Unheated) หรือพลอยเผา (Heated) จึงควรอิงข้อมูลของพลอยเม็ดนั้น

ในไวท์แซฟไฟร์มีทั้งพลอยธรรมชาติและพลอยสังเคราะห์ (Synthetic Sapphire) ซึ่งเป็นข้อมูลด้านการเกิดของอัญมณี แยกจากสถานะการปรับปรุงคุณภาพ

ความทนทานและการสวมใส่ ทั้งไวท์แซฟไฟร์และแบลคแซฟไฟร์ต่างก็เป็นแร่ในกลุ่มคอรันดัม มีความแข็งระดับ 9 ตามมาตราโมห์ (Mohs Scale) มีความเหนียวดีเยี่ยม และไม่มีแนวแตกเรียบ จึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเครื่องประดับที่สวมใส่เป็นประจำ

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง
เลือกดูพลอยเม็ดจริงไวท์ & แบลค แซฟไฟร์ (White Sap…
กลับไปยังหน้าพลอย
ใส่ถาดแล้ว ดูถาด →
LINE @vavagems