0 EN ไทย | EN | ES บทความ
หน้าแรก  ›  บทความ  ›  นพเก้าคืออะไร ทำไมต้องเก้าเม็ด แล้วเม็ดไหนคือของเรา
Gem Knowledge

นพเก้าคืออะไร ทำไมต้องเก้าเม็ด แล้วเม็ดไหนคือของเรา

2026-08-09

เวลาพูดถึง “นพเก้า” หรือ “นพรัตน์” หลายคนจะนึกถึงเครื่องประดับมงคล ที่รวมพลอยหลากสีไว้ด้วยกัน ที่มาของนพเก้าเกี่ยวข้องทั้งกับความเชื่อ โหราศาสตร์ และความแตกต่างระหว่างตำราไทยกับอินเดีย บทความนี้สรุปภาพรวมตั้งแต่ความหมาย เหตุผลที่ต้องมีเก้าเม็ด ไปจนถึงวิธีพิจารณาว่าเม็ดไหนเหมาะกับเรา

1. นพเก้าคืออะไร และใช้ทำอะไร

นพเก้าคือชุดรัตนชาติ 9 ชนิด ที่จับคู่กับนพเคราะห์ทั้งเก้า ดวงละหนึ่งชนิด นิยมนำมาทำเป็นแหวน จี้ หรือกำไล และอาจเลือกสวมเฉพาะพลอยของดาวดวงใดดวงหนึ่งได้

ตามคติที่สืบทอดกันมา ผู้สวมใช้พลอยเป็นของมงคลประจำตัว โดยเชื่อว่าใช้หนุนดาวที่เป็นคุณ หรือทุเลาดาวที่เป็นโทษตามดวงชะตา การใส่ครบเก้าเม็ดจึงเป็นตัวแทนของนพเคราะห์ทั้งชุด ความหมายเหล่านี้อยู่ในขอบเขตของความเชื่อทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่คุณสมบัติที่พิสูจน์ได้ ด้วยวิทยาศาสตร์อัญมณี

2. นพเก้า นพรัตน์ และ Navaratna เหมือนกันไหม

ทั้งสามคำใช้เรียกแนวคิดเดียวกัน

  • นพรัตน์ หมายถึงแก้วหรือรัตนะเก้าประการ
  • นพเก้า เป็นคำเรียกแบบไทยที่ใช้กันทั่วไป
  • Navaratna เป็นคำสันสกฤต โดย nava หมายถึงเก้า และ ratna หมายถึงรัตนะ

อย่างไรก็ตาม แนวคิดเดียวกันไม่ได้แปลว่ารายชื่อพลอยจะเหมือนกันทุกตำรา ฉบับไทยและฉบับอินเดียใช้พลอยต่างกันในตำแหน่งดาวจันทร์ ดาวอังคาร และราหู

3. ทำไมต้องเก้าเม็ด

เลขเก้าไม่ได้มาจากการนับดาวเคราะห์ตามดาราศาสตร์สมัยใหม่ แต่มาจากระบบ นพเคราะห์ ในโหราศาสตร์อินเดียและไทย ซึ่งประกอบด้วย

  • อาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์
  • จันทร์ เป็นดาวบริวารของโลก
  • อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ เป็นดาวเคราะห์
  • ราหูและเกตุ ไม่ใช่วัตถุบนท้องฟ้า แต่หมายถึงจุดตัดสองตำแหน่งระหว่างแนวโคจร ของดวงจันทร์กับแนวทางเดินปรากฏของดวงอาทิตย์ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดคราส6

เมื่อระบบนี้มีนพเคราะห์เก้าดวง ตำราจึงกำหนดรัตนะไว้ดวงละหนึ่งชนิด รวมเป็นเก้าชนิด คำว่า “ดาว” ในบทความนี้จึงเป็นการเรียกตามระบบโหราศาสตร์ ไม่ใช่การจำแนกวัตถุท้องฟ้า แบบวิทยาศาสตร์

4. จากอินเดียสู่ตำรานพรัตน์ของไทย

แนวคิดการจับคู่พลอยกับนพเคราะห์มีต้นทางจากโหราศาสตร์ฮินดูของอินเดีย ปรากฏในคัมภีร์สันสกฤตอย่าง ครุฑปุราณะ และ อัคนิปุราณะ1 นักวิชาการเสนอช่วงเวลาของคัมภีร์กลุ่มนี้ไว้ต่างกัน จึงยังระบุปีเริ่มต้นที่แน่นอนไม่ได้2

ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาสุริยวงศ์มนตรีและคณะสอบทานตำราเพชรรัตน์ของไทย เทียบกับตำรับพราหมณ์ แล้วเรียบเรียงเป็น ตำรานพรัตน์3 พร้อมบทกลอนที่ยังใช้กันถึงปัจจุบัน

เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม

แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว

แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์

การสอบทานครั้งนั้นทำให้นพเก้าฉบับไทยมีรายชื่อพลอยต่างจากฉบับอินเดียในบางตำแหน่ง

5. พลอยทั้งเก้ากับดาวประจำ ฉบับไทยและอินเดีย

ลำดับ ดาวนพเคราะห์ พลอยตามตำราไทย พลอยตามตำราอินเดีย
1 ดาวอาทิตย์ ทับทิม ทับทิม
2 ดาวจันทร์ มุกดาหาร ไข่มุก
3 ดาวอังคาร เพทายโทนแดง ปะการังแดง
4 ดาวพุธ มรกต มรกต
5 ดาวพฤหัสบดี บุษราคัม บุษราคัม
6 ดาวศุกร์ เพชร เพชร
7 ดาวเสาร์ ไพลิน ไพลิน
8 ราหู โกเมนแดง เฮสโซไนท์ หรือโกเมนสีน้ำผึ้ง
9 ดาวเกตุ ไพฑูรย์ หรือตาแมวคริโซเบริล ไพฑูรย์ หรือตาแมวคริโซเบริล

ตำราไทยต่างจากฉบับอินเดียสามตำแหน่ง คือดาวจันทร์ ดาวอังคาร และราหู ความแตกต่างนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมรายชื่อจากหนังสือหรือร้านต่าง ๆ จึงอาจไม่ตรงกัน ก่อนเลือกซื้อจึงควรดูให้ชัดว่าผู้เขียนอ้างอิงตำราไทยหรือตำราอินเดีย

6. แล้วเม็ดไหนคือของเรา

คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว เพราะคำว่า “พลอยประจำตัว” ถูกใช้กับหลายระบบ จึงควรระบุก่อนว่าเรากำลังเลือกด้วยหลักใด

  1. เลือกตามวันเกิด นำวันในสัปดาห์ที่เกิดไปจับคู่กับดาวประจำวัน เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับดูความหมายในภาพรวม แต่ไม่ได้อ่านตำแหน่งดาวทั้งหมดในดวงชะตา
  2. เลือกตามพื้นดวง ใช้วัน เดือน ปี เวลา และสถานที่เกิด เพื่อคำนวณตำแหน่งดาวเฉพาะบุคคล ผลอาจต่างกันตามสำนักโหราศาสตร์ วิธีคำนวณ และแนวทางของผู้พิจารณา คนที่เกิดวันเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องได้คำตอบเดียวกัน
  3. เลือกครบเก้าเม็ด เหมาะกับผู้ที่ต้องการความหมายของนพเคราะห์ทั้งชุด โดยไม่ต้องเลือกว่าพลอยชนิดใดเป็นเม็ดประจำตัวเพียงเม็ดเดียว
  4. เลือกตามความชอบส่วนตัว หากไม่ได้ยึดระบบโหราศาสตร์ สามารถเลือกจากสี ชนิดพลอย รูปทรง งบประมาณ และความชอบได้ นพเก้าในมุมนี้เป็นทั้งงานเครื่องประดับและวัฒนธรรมการออกแบบ

นพเก้าจึงไม่ได้กำหนดว่าทุกคนต้องใส่ครบเก้าเม็ด การเลือกเม็ดเดียวตามดาวและการใส่ครบทั้งชุด เป็นแนวทางที่พบได้ทั้งคู่4

7. พลอยสำรองและข้อควรรู้ก่อนเลือก

เมื่อหาพลอยหลักไม่ได้ ตำราบางสายมีระบบ อุปรัตน์ (Uparatna) หรือพลอยสำรอง โดยเลือกพลอยทดแทนตามสีที่สัมพันธ์กับดาวนั้น ตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์ซึ่งมีเพชรเป็นพลอยหลัก อาจใช้ไวท์แซปไฟร์ ไวท์เซอร์คอน หรือไวท์โทแพซ ส่วนดาวอาทิตย์ซึ่งมีทับทิมเป็นพลอยหลัก อาจใช้โกเมนแดงหรือโรโดไลต์โทนแดง5

  • ร้านเราจำหน่ายเฉพาะพลอยสี ไม่มีเพชร การเลือกพลอยของดาวศุกร์จึงดูที่อุปรัตน์แทน
  • เพทายของดาวอังคารมีสองแนวทางที่ใช้กัน ตำรานพรัตน์ไทยระบุ “แดงสลัวเพทาย” ซึ่งชี้ไปที่เพทายโทนแดงถึงส้มแดง ส่วนแนวทางอัญมณีไทยบางแหล่งนับเพทายทุกสี รวมถึงเพทายฟ้าซึ่งเป็นสีที่นิยมในตลาด5
  • ไพฑูรย์ตามตำราคือตาแมวคริโซเบริล7 ตาแมวควอตซ์และตาแมวอะพาไทต์ เป็นแร่คนละชนิดกัน แม้ในตลาดจะเรียกรวมกันว่าตาแมว

ดูพลอยประจำดาวของคุณ

อ่านตารางนพเก้าทั้งเก้าชนิด พร้อมจำนวนที่ทางร้านมีในแต่ละชนิด หรือ ค้นหาอัญมณีมงคลประจำตัว จากวันเกิด ชื่อ หรือเบอร์โทร

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม


  1. การจับคู่พลอยกับดาวทั้งเก้าฝั่งอินเดีย ปรากฏในครุฑปุราณะ บทที่ 68 โศลก 17, อัคนิปุราณะ บทที่ 246 โศลก 7-8, Jataka Parijata บทที่ 2 โศลก 21 และ Mani-mala ฉบับ Tagore ค.ศ. 1879 โศลก 79 ตามที่ Navaratna, Wikipedia รวบรวมไว้ อ่าน Mani-mala ฟรีทั้งเล่มได้ที่ archive.org ↩

  2. ช่วงเวลาของคัมภีร์ปุราณะยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ นักวิชาการเสนอไว้ต่างกัน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึงศตวรรษที่ 11 (Garuda Purana, Wikipedia) ↩

  3. ตำรานพรัตน์ วิกิซอร์ซ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2464 และสารานุกรมคำว่า "นพรัตน์" ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ระบุตรงกันว่าพระยาสุริยวงศ์มนตรีและคณะสอบทานตำราเพชรรัตน์กับตำรับพราหมณ์ ↩

  4. Harish Johari, The Healing Power of Gemstones (1982) หน้า 35 และ Howard Beckman, Vibrational Healing With Gems (2000) ตามที่ Navaratna, Wikipedia อ้างอิงไว้ ทั้งสองเล่มเป็นหนังสือของนักปฏิบัติในศตวรรษที่ 20 ไม่ใช่คัมภีร์โบราณ ↩

  5. ฝ่ายอินเดียจัดเพทายขาวและฟ้าเป็นอุปรัตน์ของดาวศุกร์แทนเพชร ส่วนเพทายน้ำตาลและทองเป็นอุปรัตน์ของราหู (Uparatna substitutes, Gemstone Universe) ขณะที่แนวทางอัญมณีไทยนับเพทายเป็นรัตนของดาวอังคารโดยไม่จำกัดสี (เพทาย หนึ่งในเก้าอัญมณีมงคลของไทย, ส.ส.ท.) ↩↩

  6. The Walters Art Museum: Planetary Deities Shani, Rahu, and Ketu อธิบายว่านพเคราะห์ประกอบด้วยอาทิตย์ จันทร์ ดาวเคราะห์ห้าดวง และตำแหน่งสองจุด ที่แนวทางของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ตัดกัน ส่วน Worcester Art Museum: The Planets (Navagraha) ระบุราหูและเกตุว่าเป็นจุดโหนดของวงโคจรดวงจันทร์ ↩

  7. สายโหราศาสตร์พระเวทระบุตาแมวคริโซเบริล (สันสกฤต ไวฑูรย์ / ฮินดี lehsunia) เป็นรัตนของดาวเกตุ ตามที่ Navaratna, Wikipedia ระบุไว้ ฝ่ายไทยเรียกคริโซเบริลตาแมวว่าไพฑูรย์เช่นกัน (คริโซเบริล, วิกิพีเดียไทย) ↩

ข้อมูลความหมายและความเป็นมงคลของอัญมณี เรียบเรียงจากคติความเชื่อที่สืบทอดกันมา เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ
สอบถามเพิ่มเติมทาง LINE @vavagems
ใส่ถาดแล้ว ดูถาด →
LINE @vavagems