นพเก้าคืออะไร ทำไมต้องเก้าเม็ด แล้วเม็ดไหนคือของเรา
นพเก้า หรือ นพรัตน์ คือชุดรัตนชาติเก้าชนิดที่จับคู่ไว้กับดาวทั้งเก้าดวง ดวงละหนึ่งชนิด นิยมทำเป็นแหวน จี้ หรือกำไล โดยรวมพลอยทั้งเก้าไว้ในเครื่องประดับชิ้นเดียว หรือเลือกสวมเฉพาะเม็ดของดาวที่ต้องการ
ใช้ทำอะไร ตามคติที่สืบทอดกันมา สวมเป็นของมงคลประจำตัว เพื่อหนุนดาวที่เป็นคุณ หรือทุเลาดาวที่เป็นโทษตามดวงชะตาของแต่ละคน ชุดครบเก้าเม็ดถือว่าครอบคลุมดาวทุกดวง จึงเป็นรูปแบบที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด
มาจากไหน และเริ่มเมื่อไหร่
ต้นทางอยู่ที่โหราศาสตร์ฮินดูของอินเดีย ซึ่งจับคู่พลอยกับดาวนพเคราะห์ทั้งเก้า ปรากฏในคัมภีร์สันสกฤตอย่าง ครุฑปุราณะ และ อัคนิปุราณะ1 นักวิชาการจัดคัมภีร์ กลุ่มนี้ไว้ในช่วงพันปีแรกของคริสต์ศักราช แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด2
ฝั่งไทยมีหลักฐานชัดกว่า ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาสุริยวงศ์มนตรีและคณะ สอบทานตำราเพชรรัตน์ของไทยเทียบกับตำรับพราหมณ์ แล้วเรียบเรียงขึ้นเป็น ตำรานพรัตน์3 พร้อมบทกลอนที่ยังใช้กันถึงทุกวันนี้
เพชรดีมณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์
การสอบทานครั้งนั้นคือจุดที่ฉบับไทยแยกออกจากฉบับอินเดีย และบทกลอนก็กลายเป็น ตัวกำหนดว่านพเก้าฉบับไทยประกอบด้วยพลอยชนิดใดบ้าง
พลอยทั้งเก้ากับดาวประจำ
| ดาว | พลอยตามตำรา |
|---|---|
| ๑ ดาวอาทิตย์ | ทับทิม |
| ๒ ดาวจันทร์ | มุกดาหาร (ฉบับอินเดียใช้ไข่มุก) |
| ๓ ดาวอังคาร | เพทายโทนแดง (ฉบับอินเดียใช้ปะการังแดง) |
| ๔ ดาวพุธ | มรกต |
| ๕ ดาวพฤหัสบดี | บุษราคัม |
| ๖ ดาวศุกร์ | เพชร |
| ๗ ดาวเสาร์ | ไพลิน |
| ๘ ราหู | โกเมนแดง (ฉบับอินเดียใช้เฮสโซไนท์) |
| ๙ ดาวเกตุ | ไพฑูรย์ (ตาแมวคริโซเบริล) |
สามแถวที่ฉบับไทยต่างจากฉบับอินเดียคือ ดาวจันทร์ ดาวอังคาร และราหู ฉบับอินเดียใช้ไข่มุก ปะการังแดง และเฮสโซไนท์ซึ่งเป็นโกเมนโทนน้ำผึ้ง ส่วนฉบับไทยใช้มุกดาหาร เพทาย และโกเมนแดง ตามที่ระบุไว้ในตำรา
เลือกเม็ดเดี่ยวตามดาว หรือครบเก้าเม็ดดี ?
แต่ละทางมีจุดเด่นคนละอย่าง เลือกได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
| เม็ดเดี่ยวตามดาว | ครบเก้าเม็ด | |
|---|---|---|
| ลักษณะ | เลือกพลอยของดาวประจำตัว หรือชุดเล็กที่เข้ากัน | รวมพลอยทั้งเก้าชนิดไว้ในเครื่องประดับชิ้นเดียว |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ทราบดาวประจำตัวของตน และต้องการเสริมพลังของดาวดวงนั้นตามความเชื่อ | ผู้ที่ยังไม่ทราบดาวประจำตัวของตน เพราะชุดเก้าเม็ดมีความเป็นมงคลครอบคลุมทุกคนอยู่แล้ว |
| จุดเด่น | เจาะจงตรงกับดวงของแต่ละคน ออกแบบตัวเรือนได้อิสระ ใส่ประจำวันง่าย | ครบตามชุดที่ตำราวางไว้ในชิ้นเดียว เป็นรูปแบบที่คนไทยคุ้นเคยและหาซื้อง่าย |
ตำราที่เรียบเรียงแนวปฏิบัติสายนี้ในยุคปัจจุบันระบุทั้ง พลอยเม็ดเดียว และ ชุดพลอยที่เข้ากัน ไว้คู่กัน4 ทั้งสองทางจึงอยู่ในแนวปฏิบัติเดียวกัน
ถ้าพลอยประจำดาวหาไม่ได้ ตำรามีทางรองไว้ให้
ตำราฝ่ายคัมภีร์มีระบบที่เรียกว่า อุปรัตน์ (Uparatna) — พูดง่าย ๆ คือ “พลอยสำรอง” ที่ตำรากำหนดไว้ให้ใช้แทนพลอยหลักได้ สำหรับผู้ที่หาพลอยหลักไม่ได้
หลักสำคัญคือ อุปรัตน์ต้องเดินตามสีของพลอยหลัก เพราะสีเป็นตัวกำหนดดาว ไม่ใช่ชนิดของแร่อย่างเดียว
ดาวศุกร์ซึ่งพลอยหลักคือเพชร มีอุปรัตน์เป็นพลอยโทนใสอย่างไวท์แซปไฟร์ ไวท์เซอร์คอน และไวท์โทแพซ ส่วนดาวอาทิตย์ซึ่งพลอยหลักคือทับทิม มีอุปรัตน์เป็นพลอยโทนแดงอย่างโกเมนแดงและโรโดไลต์โทนแดง
แร่ชนิดเดียวกันแต่คนละสี จึงอาจไปอยู่คนละดาวกัน เพทายเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด เพทายโทนขาวใสถูกจัดเป็นอุปรัตน์ของดาวศุกร์แทนเพชร ส่วนเพทายโทนเหลืองน้ำผึ้ง ถูกจัดเป็นอุปรัตน์ของราหู5
เรื่องที่ควรรู้ก่อนเลือก
- ร้านเราจำหน่ายเฉพาะพลอยสี ไม่มีเพชร ดาวศุกร์จึงดูที่อุปรัตน์แทน
- เพทายของดาวอังคาร มีสองแนวทางที่ใช้กันจริงทั้งคู่ ตำรานพรัตน์ไทยระบุว่า "แดงสลัวเพทาย" ซึ่งชี้ไปที่เพทายโทนแดงถึงส้มแดง ส่วนแนวทางอัญมณีไทยนับเพทายทุกสี เป็นรัตนของดาวอังคาร รวมถึงเพทายฟ้าซึ่งเป็นสีที่นิยมที่สุด5
- ไพฑูรย์ตามตำราคือตาแมวคริโซเบริล6 ส่วนตาแมวควอตซ์และตาแมวอะพาไทต์ เป็นคนละแร่กัน แม้ในท้องตลาดจะเรียกรวมกันว่าตาแมวทั้งหมด
ดูพลอยประจำดาวของคุณ
อ่านตารางนพเก้าทั้งเก้าชนิด พร้อมจำนวนที่ทางร้านมีในแต่ละชนิด หรือ ค้นหาอัญมณีมงคลประจำตัว จากวันเกิด ชื่อ หรือเบอร์โทร
ที่มาของข้อมูลในบทความนี้
-
การจับคู่พลอยกับดาวทั้งเก้าฝั่งอินเดีย ปรากฏในครุฑปุราณะ บทที่ 68 โศลก 17, อัคนิปุราณะ บทที่ 246 โศลก 7-8, Jataka Parijata บทที่ 2 โศลก 21 และ Mani-mala ฉบับ Tagore ค.ศ. 1879 โศลก 79 ตามที่ Navaratna, Wikipedia รวบรวมไว้ อ่าน Mani-mala ฟรีทั้งเล่มได้ที่ archive.org ↩
-
ช่วงเวลาของคัมภีร์ปุราณะยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ นักวิชาการเสนอไว้ต่างกัน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึงศตวรรษที่ 11 (Garuda Purana, Wikipedia) ↩
-
ตำรานพรัตน์ วิกิซอร์ซ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2464 และสารานุกรมคำว่า "นพรัตน์" ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ระบุตรงกันว่าพระยาสุริยวงศ์มนตรีและคณะสอบทานตำราเพชรรัตน์กับตำรับพราหมณ์ ↩
-
Harish Johari, The Healing Power of Gemstones (1982) หน้า 35 และ Howard Beckman, Vibrational Healing With Gems (2000) ตามที่ Navaratna, Wikipedia อ้างอิงไว้ ทั้งสองเล่มเป็นหนังสือของนักปฏิบัติในศตวรรษที่ 20 ไม่ใช่คัมภีร์โบราณ ↩
-
ฝ่ายอินเดียจัดเพทายขาวและฟ้าเป็นอุปรัตน์ของดาวศุกร์แทนเพชร ส่วนเพทายน้ำตาลและทองเป็นอุปรัตน์ของราหู (Uparatna substitutes, Gemstone Universe) ขณะที่แนวทางอัญมณีไทยนับเพทายเป็นรัตนของดาวอังคารโดยไม่จำกัดสี (เพทาย หนึ่งในเก้าอัญมณีมงคลของไทย, ส.ส.ท.) ↩↩
-
สายโหราศาสตร์พระเวทระบุตาแมวคริโซเบริล (สันสกฤต ไวฑูรย์ / ฮินดี lehsunia) เป็นรัตนของดาวเกตุ ตามที่ Navaratna, Wikipedia ระบุไว้ ฝ่ายไทยเรียกคริโซเบริลตาแมวว่าไพฑูรย์เช่นกัน (คริโซเบริล, วิกิพีเดียไทย) ↩
